• 用户名 :

    User Name

  • 密码 :

    Password

Home>Articles>Culture Corner
Thai

泰国的剃度仪式

中泰对照版 2011年第2期 李美琴 2016-06-29

对每个泰国男子而言,他们一生当中最为重要的经历,莫过于出家当和尚。作为一个佛教徒,出家当和尚是一件非常有意义的事,出家是为了表示对佛教的虔诚,同时也是为了报答父母的恩情,以尽孝道。

按照泰国风俗习惯,一个男子二十岁就算是成年人了,在成家立业或结婚以前,都应该出家一次。利用出家的时间,好好地学习一些佛教的教义,体验出家生活的真谛,以作为将来待人处事的准则。事实上,二十岁以后的任何一段时间都可以出家,不过,人们一般习惯在“守夏节”以前出家,也就是泰历的七月或八月这段时间。此时大多数和尚都必须留在佛寺内静修,没有重要的事不能到别的佛寺去,直至“解夏节”时才能外出活动。虽然在职的人不必为出家而辞掉工作,但是工作单位一般也会考虑批准员工请假出家,有的请几天,有的请一个月,还有的请三个月。至于应该到哪座佛寺出家则由父母替孩子选择。一般每一个家庭都会有自己经常去斋僧的佛寺,平常也会跟那座佛寺保持联系,一旦孩子决定要出家了,就跟那座佛寺商量举行出家仪式的事宜。在泰国,并不是每个男子都能出家的,出家当和尚也需符合种种条件,如年满二十岁、没有欠债、没有患传染病或精神病等。

在举行剃度仪式以前,即将出家当和尚的男子和其父母要去佛寺请求戒和尚(阿阇梨)同意给其剃度。出家者的家人要准备剃度仪式必备的用具和僧人的生活用品;即将出家者要学着适应佛寺的生活习惯,如跪拜、过午不食等,要背诵参加剃度仪式时的巴利文答词。此外,即将出家者还要请求亲朋好友、恩师等宽恕自己以前的冒犯行为或举动。举行剃度仪式当天,出家者要削发,由父母或德高望重的长者给即将出家者剃第一刀,随后由亲戚朋友接着剃,剃发结束以后,出家者穿上白袍准备前往佛寺参加剃度仪式。在前往佛寺的路上,人们要举行“游那迦”仪式,这是剃度仪式中最热闹的一项活动。一路上,即将出家者骑着高头大马或者骑着大象,现代也有选择乘私家车的,出家者的父亲捧着钵盂,母亲拿着袈裟,亲朋好友打着法扇、花伞、捧着各种施舍物品,在鼓乐的伴奏下列队而行。到达佛寺后,大家先抬着即将出家者顺时针从左向右绕着大雄宝殿环游三圈,再把出家者送到大殿里举行受戒仪式。剃度仪式中最主要的环节就是受戒仪式。穿着白袍的出家者先礼拜佛像,接着双手合十跪到戒和尚前请求剃度,戒和尚用巴利文向出家者问话。问完话后,戒和尚就允许他出家了,然后出家者走到大殿后边去换上袈裟再出来,此时剃度仪式就结束了。泰国的佛教属于小乘佛教,和尚要守二百二十七条戒律,但不必吃斋。

泰国人信奉的是小乘佛教,而中国的佛教是大乘佛教,小乘佛教和大乘佛教没有本质上的区别。从剃度仪式程序上来讲,泰国和中国也基本相同,只是落发时间不一样。泰国人做剃度时,落发时间是在举行剃度仪式的前一天,由父母和德高望重的长者为之削发;而中国人剃度时落发时间是在剃度仪式上,由戒和尚为其落发。另外,在泰国的剃度仪式中,在举行剃度之前,要在去寺庙的路上举行盛大的“游那伽”仪式,而中国人剃度时不举行这种活动,只在寺庙举行剃度仪式。

    

 

พิธีอุปสมบทของไทย

Chinese-Thai No.2 2011 นางสาวจรัญญา วิชัยประเสริฐศรี2016-06-29

สำหรับชายไทยทุกคน ประสบการณ์หนึ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคงจะหลีกไม่พ้นการได้ออกบวชเป็นพระ  การเป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง การออกบวชเป็นพระถือเป็นเรื่องที่มีความหมายยิ่ง การออกบวชนั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงถึงความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนาและในขณะเดียวกันยังเป็นการตอบแทนพระคุณของบิดามารดา เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที

ตามขนบประเพณีของไทยนั้น ชายไทยที่มีอายุครบ 20  ปี จึงจะถือได้ว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ก่อนที่จะสร้างครอบครัวหรือแต่งงาน ควรจะต้องออกบวชสักครั้งหนึ่ง ใช้เวลาในการออกบวช ศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ และสัมผัสถึงสัจธรรมของการใช้ชีวิตในการออกบวชอย่างถ่องแท้ เพื่อจะได้นำหลักธรรมคำสอนมาใช้ในการดำเนินชีวิตในสังคม  ในความเป็นจริง หลังจากอายุ 20 ปี ไม่ว่าช่วงเวลาใดก็สามารถออกบวชได้   แต่ทว่า ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเคยชินกับการออกบวชในช่วงก่อน “เทศกาลเข้าพรรษา”  คือในช่วงเดือน 7 และเดือน 8  ตามปฏิทินของไทย   ช่วงเวลานี้บรรดาพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายจำเป็นต้องจำวัดเพื่อบำเพ็ญศีลและศึกษาพระธรรม หากไม่มีกิจธุระสำคัญอันใด ก็ไม่ควรออกไปยังวัดอื่นๆ จนกระทั่งถึง “เทศกาลออกพรรษา” จึงจะสามารถออกไปทำกิจธุระภายนอกได้  บุคคลที่ทำงานแล้วไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานเพื่อมาบวช เพราะโดยปกติหน่วยงานจะพิจารณาอนุมัติให้พนักงานลาบวชได้ บางคนสามารถลาหยุดได้เพียงไม่กี่วัน บางคนสามารถลาหยุดได้ 1 เดือน และยังมีบางคนที่สามารถลาหยุดได้ถึง 3 เดือน สำหรับการจะออกบวชที่วัดใดนั้น บิดามารดาจะเป็นฝ่ายเลือกให้ โดยปกติแล้วในแต่ละครอบครัวจะมีวัดที่คนในครอบครัวของตนไปทำบุญตักบาตรอยู่เป็นประจำ และมักจะติดต่อกับวัดนั้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อบุตรตัดสินใจที่จะออกบวช ก็จะไปปรึกษาหารือเรื่องพิธีการบวชกับวัดแห่งนั้น ในประเทศไทย ไม่ใช่ว่าผู้ชายทุกคนจะสามารถออกบวชได้ คนที่ต้องการออกบวชจะต้องมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนด อาทิ ต้องมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์  ไม่มีหนี้สิน ไม่เป็นโรคติดต่อหรือวิกลจริต เป็นต้น

ก่อนจัดพิธีอุปสมบท ผู้ชายที่ต้องการออกบวชเป็นพระพร้อมด้วยบิดามารดาจะต้องไปหาพระอุปัชฌาย์เพื่อขออนุญาตบวช ครอบครัวของผู้ออกบวชต้องจัดเตรียมเครื่องอัฐบริขารและของใช้ในชีวิตประจำวันของพระภิกษุสงฆ์ ส่วนผู้ที่จะออกบวชต้องสร้างความคุ้นเคยกับการใช้ชีวิต อาทิ การกราบ การไม่รับประทานอาหารหลังเที่ยง เป็นต้น และยังต้องท่องบทโต้ตอบภาษาบาลีที่ใช้ในพิธีอุปสมบทด้วย

นอกจากนี้ ผู้ที่จะออกบวชต้องขออโหสิกรรมกับญาติสนิทมิตรสหาย และครูบาอาจารย์ที่มีพระคุณในพฤติกรรมหรือการกระทำที่ตนเคยได้ล่วงเกินไว้  ในวันอุปสมบทผู้ออกบวชจะต้องปลงผม โดยจะมีบิดามารดาหรือผู้อาวุโสที่เป็นที่เป็นที่เคารพเป็นผู้ปลงผมให้เป็นคนแรก จากนั้นก็จะเป็นญาติและเพื่อนตามลำดับ หลังจากการปลงผมเสร็จสิ้น    ผู้ออกบวชก็จะสวมใส่ชุดนาคสีขาวไปยังวัดเพื่อเข้าพิธีอุปสมบท และระหว่างทางที่เดินไปยังวัดนั้น  ก็จะมีการจัด “พิธีแห่นาค”  ซึ่งถือเป็นพิธีหนึ่งที่คึกคักที่สุดในพิธีอุปสมบท ในระหว่างทางผู้ที่จะออกบวชจะขี่ม้าตัวใหญ่ที่สูงสง่าหรือช้าง แต่ในปัจจุบันสามารถเลือกที่จะนั่งรถยนต์ส่วนตัวได้ บิดาของผู้ออกบวชจะเป็นผู้อุ้มบาตร มารดาเป็นผู้ถือจีวร ส่วนญาติสนิทมิตรสหายจะเป็นผู้ถือตาลปัตร กลด และเครื่องอัฐบริขารต่างๆ  ทุกคนจะเดินเรียงกันเป็นขบวนยาวไปพร้อมกับวงดนตรีตีที่บรรเลงไปตลอดทาง  หลังจากมาถึงที่วัดแล้ว บรรดาญาติมิตรจะช่วยกันแบกผู้ออกบวชพาเดินวนรอบพระอุโบสถตามเข็มนาฬิกาจากซ้ายไปขวา เป็นจำนวน 3 รอบ จากนั้นพาผู้ออกบวชเข้าไปในพระอุโบสถเพื่อเข้าพิธีรับศีล ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในพิธีอุปสมบท คือ พิธีรับศีล ผู้ที่ออกบวชในชุดนาคสีขาว จะกราบพระประธานก่อน จากนั้นก็จะพนมมือคุกเข่าต่อหน้าพระสงฆ์เพื่อขออุปสมบท   พระอุปัชฌาย์ใช้ภาษาบาลีในการถามคำถามกับผู้ออกบวช หลังจากถามคำถามเสร็จสิ้น พระอุปัชฌาย์ก็จะอนุญาตให้บวชได้ จากนั้นผู้ออกบวชก็จะเดินไปยังด้านหลังของพระอุโบสถเพื่อเปลี่ยนเป็นจีวรแล้วค่อยเดินออกมาอีกครั้ง ตอนนี้พิธีอุปสมบทถือเป็นอันเสร็จสิ้น ศาสนาพุทธของไทยจัดอยู่ในศาสนาพุทธนิกายหินยาน พระภิกษุจะต้องถือศีล 227 ข้อ แต่ไม่ต้องกินเจ

ศาสนาพุทธที่ชาวไทยเลื่อมใสศรัทธา คือ ศาสนาพุทธนิกายหินยาน แต่ศาสนาพุทธในประเทศจีน คือ ศาสนาพุทธนิกายมหายาน ศาสนาพุทธนิกายหินยานและศาสนาพุทธนิกายมหายาน โดยหลักการแล้วไม่มีข้อแตกต่าง โดยเฉพาะเมื่อกล่าวถึงขั้นตอนการอุปสมบทของไทยและจีนแล้ว นับว่าใกล้เคียงกัน  เพียงแต่เวลาปลงผมไม่เหมือนกัน  การทำพิธีอุปสมบทของชาวไทย  เวลาปลงผมจะปลงผมก่อนพิธีอุปสมบท 1 วัน และผู้ที่ทำการปลงผมให้ก็คือบิดามารดา หรือผู้อาวุโสซึ่งเป็นบุคคลที่เคารพนับถือ  ส่วนการทำพิธีอุปสมบทของชาวจีน เวลาปลงผมจะเป็นวันเดียวกับพิธีอุปสมบท และผู้ที่ทำการปลงผมให้จะเป็นพระอุปัชฌาย์   นอกจากนี้ ในพิธีอุปสมบทของไทย ก่อนจะเข้าพิธีอุปสมบท ระหว่างทางไปวัดนั้นจะต้องมีการจัดพิธีแห่นาคที่ยิ่งใหญ่ ส่วนพิธีอุปสมบทของจีนไม่มีการจัดพิธีแห่นาคนี้ จะจัดพิธีอุปสมบทภายในวัดเท่านั้น 

剃度

tìdù

พิธีกรรมการปลงผม, โกนผม

落发

luòfà

ปลงผม, โกนผม(เพื่ออุปสมบท)

削发

xuēfà

โกนผม

出家

chūjiā

ออกบวช

寺庙

sìmiào

วัด

和尚

héshɑnɡ

พระ, พระภิกษุสงฆ์

บาตรรพระ

袈裟

jiāshā

จีวร

礼拜

lǐbài

กราบไหว้, แสดงความเคารพ

受戒

shòujiè

รับศีล

大乘佛教

dàchénɡfójiào

ศาสนาพุทธนิกายมหายาน

小乘佛教

xiǎochénɡfójiào

ศาสนาพุทธนิกายหินยาน

 

Score:

Favorite

本网发布的所有文章、图片,如涉及侵权,该侵权行为导致的一切法律不利后果由文章、图片提供者(作者)本人承担,与国家汉办《孔子学院》院刊编辑部、网络孔子学院无关。

Share:

Similar Articles: more

Medittation

EL TEMPLO COLGANTE DE DATONG

IMAGEN DE LA SERPIENTE EN LA HISTORIA DE LA HUMANIDAD,DE ORIENTE A OCCIDENTE

ปรัชญาเมธีผู้เป็นรวบรวมแนวคิดของสำนักฝ่าเจียสมัยก่อนราชวงศ์ฉิน หานเฟยจื่อ