• 用户名 :

    User Name

  • 密码 :

    Password

Home>Articles>Tour around China
Thai

中国古桥

中泰对照版 2018年第5期 翟强 黎涵 2019-06-20

中国造桥历史悠久,素有“桥之国度”美称。有水的地方,似乎都会有桥梁,它们的艺术魅力又无不显示出古人非凡的才能。

古代桥梁多以木、石为主料,并配以竹、藤等辅料。古人用这些材料建造了多姿多彩的桥梁样式,其中不乏梁、拱、索、浮等。

中国河北省的赵州桥、福建省的洛阳桥、北京的卢沟桥和广东省的广济桥被并称为“中国古代四大名桥”,它们是中国桥梁建筑史上的宝贵遗产。我有幸参观过这些景致,也想分享给大家,一起去感受这些壮举所体现的古人智慧!

赵州桥

赵州桥又名安济桥,位于中国河北省赵县的洨河之上,由1400多年前中国古代隋朝著名工匠李春所设计。它是世界上现存年代最久、单孔跨度最大、保存最完整的石拱桥。

2013年,我曾游览过一次赵州桥。第一次去那里,我发现赵州桥的面积并不大,从外形上看,赵州桥桥长约50米,宽约9米,全用石头砌成。桥面中道以前主要用来行车,左右二旁为行人通行,气势十分宏伟;从结构上看,其设计体现了古代人的非凡智慧。一方面,大桥的精美设计减少了大量石材的使用。另一方面,桥两端桥券的设计创新减轻了桥身重量的同时,也减轻了洪流对桥身的冲击力量;从设计理念上看,桥上的吸水兽、石雕群像等有着丰富的文化意义,这些形象寄托了大桥抵御水害、长久永存的美好愿景。

站在桥上,让人对历史的痕迹有了很多感慨。眺望李春的铜像,仿佛穿越了时空。记得著名建筑史学家梁思成曾称赞:“河北赵县安济桥……可称为中国工程界一绝。”翻开中国的语文课本和历史书籍,我们也很容易看到赵州桥的身影。

这个令无数中国人引以为傲的“国宝”在历史的长河中留下了特殊的意义。关于该桥的文艺作品和民间传说不断,而这给赵州桥的形象更增添了不少神秘色彩。

洛阳桥

洛阳桥,原名“万安桥”,位于中国福建省泉州市的洛阳江上,是中国现存第一座跨海石桥。

该桥修建于唐朝大中年间,同样跨越千年历史。该桥全部由坚硬的花岗岩筑成,样式十分美观。桥总长约834米,宽约7米,有40多座桥墩,40多个桥孔,600余个扶栏等,规模十分宏大,工艺也堪称卓越。

如果来泉州旅游,一定要去洛阳桥看看。从桥头到桥尾,既可以充分感受历史的沧桑,又能领略附近村庄的闽南特色。整座桥虽二十多分钟就可以逛完,但眼前的桥头碑记、厚重的石板却历历记载了它千年的历史。

作为古代海上丝绸之路的起点,泉州洛阳桥的修建方便了时人的安全渡江,故而“万安”寄托了古人的平安祈愿。

世界著名桥梁专家茅以升曾说,“闽中多名桥,洛阳是状元”。确实,它在建造过程中采用的“种蛎固基法”(在桥墩上养殖牡蛎,利用牡蛎的牢固来保护桥梁)“浮运架桥法”(利用海水涨落的高低位置,巧妙架设桥面大石板)“筏型基础法”(沿着桥梁中轴线的水底抛置大量的石块,形成一条连结江底的坚固桥基)等创举,对世界桥梁科学来说,是一笔宝贵的财富。

卢沟桥

卢沟桥为北京现存最古老的石造联拱桥,始建于1189年,后经多次重修。意大利旅行家马可·波罗在他的游记中,称赞“它是世界上最好的,独一无二的桥”。  

卢沟桥全长约260多米,宽约7米,最宽处可达9米之多。卢沟桥因精美的石刻艺术享誉于世,其桥身为石体结构,桥墩、桥孔数量众多。柱头上雕有大小石狮约500个,千姿百态,栩栩如生。也正因为石狮子数量众多,故而当地流传着一句“卢沟桥上的石狮子——数不清”的歇后语。

小时候,我与父亲曾一起去参观过卢沟桥。听人说,这里的“卢沟晓月”是观赏月亮的最佳景点,每逢月圆,这里的月亮格外美丽。遗憾的是,因为时间原因,我第一次去那里,并未看到圆月。

1937年7月7日,发生了著名的“卢沟桥事变”,来这里可以感受到当年战争的影子。虽然时间飞逝,但是这座桥却成为了中华民族的精神象征。

已经很久没有再去卢沟桥了,我想如果有时间,我一定会再去那里看看圆月。

广济桥

广济桥位于中国广东省潮州市东门外,始建于1170年,历时57年建成。桥全长约520米,现存古桥墩21座。它雄踞在京杭大运河之上,见证了数百年历史沧桑。

该桥由桥墩、石梁和桥亭三部分组成,三种古代桥形在这里巧妙地糅合在了一起,是其最重要的特色之一。该桥的另一处景致,就是铁索了。可开可合的木船铁索对大船通行十分方便,这种启闭式功能,让这座桥成了中国桥梁史上独一无二的典型。怪不得,其被著名桥梁专家茅以升誉为“世界上最早的启闭式桥梁”。

走上广济桥,上面的亭台楼阁高低不一,体态各异、规模大、形态多、实为罕见。楼阁修复后的灰色主色调,显得厚重、沉稳,体现了浓郁的文化气息;漫步桥上,可以欣赏到飞檐斗拱、额匾楹联,这些绝美的景观让人心旷神怡;夜观此桥,古朴典雅的灯饰、绚丽的灯影也十分怡人。

可以说,广济桥不仅是一座具有高超建筑艺术的桥梁,更承载着厚重的历史与文化。

สะพานโบราณของจีน

Chinese-Thai No.5 2018 ไจ๋ เฉียง และหลี หัน เขียน2019-06-20

ประเทศจีนมีประวัติศาสตร์การสร้างสะพานมาอย่างยาวนาน และได้รับการขนานนามว่าเป็น “ดินแดนแห่งสะพาน” ที่ใดที่มีน้ำ ที่นั่นก็จะมีสะพาน เสน่ห์ของศิลปะการสร้างสะพานสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถอันโดดเด่นของชาวจีนโบราณ

สะพานโบราณมักใช้ไม้และหินเป็นวัสดุหลักในการสร้าง และมีการใช้วัสดุเสริมอื่น ๆ เช่น ไม้ไผ่ และเถาวัลย์  ชาวจีนโบราณใช้วัสดุเหล่านี้สร้างสะพานหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นสะพานแบบคาน สะพานโค้ง สะพานเชือก สะพานลอยน้ำ เป็นต้น

สะพานจ้าวโจวในมณฑลเหอเป่ย สะพานลั่วหยางในมณฑลฮกเกี้ยน สะพานหลูโกวในปักกิ่ง และสะพานกว่างจี้ในมณฑลกวางตุ้งได้รับการยกย่องให้เป็น “4 สุดยอดสะพานโบราณของจีน” ซึ่งนับเป็นมรดกล้ำค่าในประวัติศาสตร์การสร้างสะพานของประเทศจีน ฉันเคยมีโอกาสได้ไปเที่ยวชมสะพานเหล่านี้ จึงขอแบ่งปันประสบการณ์ให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสภูมิปัญญาของชาวจีนโบราณที่สะท้อนผ่านสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้

สะพานจ้าวโจว

สะพานจ้าวโจว เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสะพานอันจี้ ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำเสียว อำเภอจ้าว มณฑลเหอเป่ย ประเทศจีน สะพานแห่งนี้ออกแบบโดยหลี่ ชุน สถาปนิกชื่อดังในสมัยราชวงศ์สุยเมื่อ 1,400 กว่าปีที่แล้ว เป็นสะพานหินโค้งช่องเดียวที่ยาวที่สุด เก่าแก่ที่สุด และอนุรักษ์ได้สมบูรณ์ที่สุดในบรรดาสะพานที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันของโลก

ในปี ค.ศ.2013 ฉันได้ไปเที่ยวชมสะพานจ้าวโจว  เมื่อแรกเห็น ฉันรู้สึกว่าสะพานจ้าวโจวมีขนาดไม่ใหญ่ เมื่อพิจารณาจากลักษณะภายนอก สะพานจ้าวโจวมีความยาวประมาณ 50 ม. กว้างประมาณ 9 ม. สร้างขึ้นจากหินทั้งสะพาน  ช่วงกลางสะพานเดิมใช้เป็นทางรถสัญจร ส่วนทางด้านซ้ายและด้านขวาเป็นทางเดิน นับเป็นสะพานที่ยิ่งใหญ่และมีพลังมาก เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างของสะพาน เทคนิคการออกแบบสามารถสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาอันชาญฉลาดของชาวจีนโบราณ  เนื่องจากช่วยลดปริมาณการใช้หินได้จำนวนมาก และการออกแบบการจัดเรียงก้อนหินทั้งสองฝั่งสะพาน นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักของตัวสะพานแล้ว ยังลดแรงปะทะของน้ำได้อีกด้วย เมื่อพิจารณาจากแนวคิดในการออกแบบ จะพบว่าหินรูปสัตว์ดูดน้ำ (สัตว์ในตำนานของจีน) และรูปแกะสลักหินบนตัวสะพานสะท้อนถึงความหมายทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย และความคาดหวังของผู้คนที่ต้องการให้สะพานแห่งนี้ช่วยป้องกันอุทกภัยและคงทนชั่วกาลนาน

เมื่อยืนมองร่องรอยต่าง ๆ ในอดีตบนสะพาน ภายในใจก็เกิดความรู้สึกต่าง ๆ มากมาย เมื่อมองไปที่รูปหล่อของหลี่ ชุน เหมือนได้ย้อนเวลากลับสู่อดีต จำได้ว่าเหลียง ซือเฉิง นักประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมชื่อดังเคยกล่าวไว้ว่า “สะพานอันจี้ที่อำเภอจ้าว มณฑลเหอเป่ย......ถือได้ว่าเป็นสุดยอดสิ่งปลูกสร้างแห่งวงการวิศวกรรมของจีน” นอกจากนี้ เรายังสามารถเห็นภาพของสะพานจ้าวโจวได้ทั่วไปทั้งในแบบเรียนภาษาจีนและหนังสือประวัติศาสตร์ของจีน

 “สมบัติแห่งชาติ” ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวจีนแห่งนี้มีความหมายอย่างมากในประวัติศาสตร์อันยาวนานของจีน มีงานศิลปะและตำนานพื้นบ้านมากมายที่เกี่ยวข้องกับสะพานจ้าวโจว ซึ่งทำให้สะพานแห่งนี้มีความเร้นลับน่าค้นหามากยิ่งขึ้น

สะพานลั่วหยาง

สะพานลั่วหยาง ชื่อเดิมคือ “สะพานวั่นอัน” ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำลั่วหยางในเมืองเฉวียนโจว มณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีน เป็นสะพานหินข้ามทะเลแห่งแรกที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันของจีน

สะพานแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นในช่วงรัชศกต้าจงในสมัยราชวงศ์ถัง มีประวัติศาสตร์มานับพันปี  สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นโดยใช้หินแกรนิตที่แข็งแกร่งทั้งหมด มีลักษณะงดงาม ความยาวสะพานประมาณ 834 ม. กว้างประมาณ 7 ม. มีตอม่อสะพาน 40 กว่าต้น ช่องลอดใต้สะพาน 40 กว่าช่อง ราวสะพาน 600 กว่าช่วง นับเป็นสะพานที่มีขนาดใหญ่และมีฝีมือการก่อสร้างที่โดดเด่น 

หากมาท่องเที่ยวที่เมืองเฉวียนโจว จะต้องมาเที่ยวชมสะพานลั่วหยางให้ได้ ที่สะพานลั่วหยาง เราสามารถสัมผัสได้ถึงร่องรอยของเหตุการณ์ในอดีต และศิลปะแบบฮกเกี้ยนใต้ของหมู่บ้านในละแวกใกล้เคียงได้ตั้งแต่หัวสะพานจนถึงปลายสะพาน  แม้ว่าจะใช้เวลาเพียง 20 นาทีในการเที่ยวชมสะพาน แต่ศิลาจารึกตรงหัวสะพานและแผ่นหินที่หนาและหนักนั้นกลับมีประวัติศาสตร์มานานนับพันปี

ในฐานะที่เมืองเฉวียนโจวเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมทางทะเลในอดีต การก่อสร้างสะพานลั่วหยางจึงช่วยอำนวยความสะดวกในการข้ามแม่น้ำให้แก่คนในสมัยนั้น ดังนั้น ที่มาของชื่อเดิมของสะพาน “วั่นอัน” (แปลว่า ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง) จึงเป็นความคาดหวังของผู้คนในอดีตที่ต้องการให้การเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย

เหมา อี่เซิง ผู้เชี่ยวชาญด้านสะพานชื่อดังของโลกเคยกล่าวไว้ว่า “ฮกเกี้ยนมีสะพานชื่อดังมากมาย แต่สะพานลั่วหยางถือเป็นอันดับหนึ่ง” อันที่จริงแล้ว สะพานแห่งนี้ใช้วิธีการสร้างที่หลากหลาย ได้แก่ วิธีเลี้ยงหอยเกาะตอม่อ (เลี้ยงหอยนางรมไว้ที่ตอม่อสะพาน เพื่อให้สะพานแข็งแรง) วิธีสร้างโดยใช้กระแสน้ำขึ้นน้ำลง (ก่อพื้นสะพานด้วยแผ่นหินโดยใช้กระแสน้ำขึ้นน้ำลงของทะเล) และวิธีสร้างแบบฐานแพ (การถมก้อนหินขนาดใหญ่ใต้น้ำตามแนวแกนกลางสะพาน เพื่อสร้างฐานสะพานที่แข็งแรงมั่นคงใต้น้ำ) วิธีการสร้างสะพานเหล่านี้นับเป็นวิทยาการอันล้ำค่าของวงการการสร้างสะพานของโลก

สะพานหลูโกว

สะพานหลูโกวเป็นสะพานหินโค้งหลายช่องที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันในปักกิ่ง ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1189 ภายหลังได้รับการบูรณะหลายครั้ง ในบันทึกการเดินทางของมาร์โคโปโลนักเดินทางสำรวจชาวอิตาลีได้เขียนไว้ว่า “สะพานหลูโกวเป็นสะพานที่ดีที่สุดและโดดเด่นไม่เหมือนที่ใดในโลก”

สะพานหลูโกวมีความยาวประมาณ 260 ม.กว่า กว้างประมาณ 7 ม. ช่วงที่กว้างที่สุดกว้างถึง 9 ม.กว่า เป็นสะพานหินแกะสลักที่งดงามและเลื่องชื่อไปทั่วโลก ตัวสะพานเป็นโครงสร้างหิน มีตอม่อสะพานและช่องลอดใต้สะพานจำนวนมาก เสาบนราวสะพานมีสิงโตหินแกะสลักตัวน้อยใหญ่ประมาณ 500 ตัว สิงโตแต่ละตัวมีกิริยาท่าทางที่แตกต่างกัน ดูเสมือนจริงมาก เนื่องจากสะพานแห่งนี้มีสิงโตหินจำนวนมาก คนในพื้นที่นั้นจึงมีคำกล่าวที่ว่า “นับไม่ถ้วนเหมือนกับสิงโตหินบนสะพานหลูโกว”

สมัยเด็ก ๆ ฉันเคยไปเที่ยวชมสะพานหลูโกวกับพ่อ ได้ยินผู้คนกล่าวกันว่า “พระจันทร์ยามใกล้รุ่งที่สะพานหลูโกว” เป็นจุดชมจันทร์ที่สวยที่สุด ทุกครั้งที่พระจันทร์เต็มดวง พระจันทร์ที่นี่จะสวยงามมาก แต่ที่น่าเสียดายก็คือ ครั้งแรกที่ฉันไปเที่ยวสะพานหลูโกวไม่ได้เป็นช่วงวันข้างขึ้น จึงไม่ได้เห็นพระจันทร์เต็มดวง

วันที่ 7 กรกฎาคม ปี ค.ศ.1937 เกิด “กรณีสะพานหลูโกว” ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์จีน การมาเที่ยวชมที่นี่ จึงสัมผัสได้ถึงร่องรอยของสงครามในอดีต แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่สะพานแห่งนี้กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณของชนชาติจีน 

นานมากแล้วที่ฉันไม่ได้ไปเที่ยวสะพานหลูโกว หากฉันมีเวลา ฉันจะต้องกลับไปชมพระจันทร์เต็มดวงที่นั่นอย่างแน่นอน

สะพานกว่างจี้

สะพานกว่างจี้ตั้งอยู่นอกประตูตะวันออก เมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1170 ใช้เวลาสร้างทั้งสิ้น 57 ปี  ความยาวสะพานประมาณ 520 ม. ปัจจุบันยังคงหลงเหลือตอม่อโบราณ 21 ต้น  สะพานกว่างจี้ตั้งตระหง่านอยู่เหนือคลองขุดใหญ่ปักกิ่ง-หังโจว ผ่านกาลเวลาและประวัติศาสตร์อันโชกโชนมาหลายร้อยปี

สะพานกว่างจี้ประกอบไปด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ตอม่อ คานหิน และศาลา เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของสะพานแห่งนี้คือการผสมผสานลักษณะของสะพานโบราณ 3 แบบไว้ได้อย่างลงตัว อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจของสะพานแห่งนี้ก็คือโซ่เหล็ก ซึ่งเชื่อมเรือไม้ไว้ตรงกลางสะพาน เรือไม้ที่เชื่อมติดกันนี้สามารถแยกออกจากกันได้ เพื่อเปิดให้เรือลำใหญ่สัญจรผ่านไปมาได้สะดวก ระบบเปิดปิดดังกล่าวช่วยให้สะพานแห่งนี้กลายเป็นสะพานที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใดในประวัติศาสตร์สะพานของจีน ด้วยเหตุนี้ เหมา อี่เซิง ผู้เชี่ยวชาญด้านสะพานชื่อดังจึงขนานนามสะพานแห่งนี้ว่า “สะพานเปิดปิดแห่งแรกของโลก”

เวลาเดินอยู่บนสะพานกว่างจี้ จะเห็นศาลาอาคารบนสะพานที่มีขนาดใหญ่ รูปทรงแตกต่างหลากหลาย และสูงต่ำลดหลั่นกันไป ซึ่งเป็นลักษณะของสะพานที่หาได้ยาก ตัวศาลาหลังจากการบูรณะโดยการทาสีเทาเป็นสีหลัก ช่วยให้สะพานแลดูหนักแน่นและมั่นคง และอบอวลด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังได้เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์อันงดงาม ไม่ว่าจะเป็นชายคาและคันทวยภายในศาลาทรงจีน ป้ายคำขวัญและคำกลอนคู่ หากมาชมสะพานในยามค่ำคืน ก็จะได้ชื่นชมโคมไฟโบราณที่เรียบหรูคลาสสิกและแสงไฟที่สวยสดงดงาม

กล่าวได้ว่า สะพานกว่างจี้นอกจากจะเป็นสะพานที่ใช้ศิลปะชั้นสูงในการก่อสร้างแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นภาพสะท้อนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันล้ำค่าของจีนอีกด้วย

Score:

Favorite

本网发布的所有文章、图片,如涉及侵权,该侵权行为导致的一切法律不利后果由文章、图片提供者(作者)本人承担,与国家汉办《孔子学院》院刊编辑部、网络孔子学院无关。

Share:

Similar Articles: more

Realization of Living Poetically in Village

Protezione ambientale: una solida amicizia fra Italia e Cina

SHENZHEN:LAALDEAPESQUERAQUESECONVIRTIÓENUNAGRANMETRÓPOLIS

A Love Story Along the Silk Road