• 用户名 :

    User Name

  • 密码 :

    Password

front.home>front.library>Art Gallery
sys_dict.lang.thai - sys_dict.lang.english - sys_dict.lang.korean

昆曲:戏院奇葩

中韩对照版 2011年第4期 程也 2016-06-13

舞台上,年轻女子莲步轻移,优雅地拢了拢云鬓,发间的珠串、花饰随之颤动起来,如繁花在春风里摇曳。她面向观众,开始浅吟低唱心中对爱情的向往。笛声悠扬,水袖舒卷,缓慢绵远的咿咿呀呀声将精致缠绵的词句一一唱出,唱得台下观众的心都迷醉了。

昆曲起源于江苏昆山,迄今已有六百多年的历史,对中国的京剧等许多剧种产生过深远影响,因此被尊为“百戏之祖”。昆曲与古希腊悲剧、印度梵剧并称为世界三大古老剧种。

虽然中国各地的戏曲有各种调子,但总体看来可以分成南、北两类,明朝戏曲音乐家魏良辅吸取了南曲的流丽悠远和北曲的昂扬严谨,在流行于昆山一带的“昆山腔”基础上创造出一种细腻优雅的“水磨调”,奠定了昆曲的雏形。

由于昆班的广泛演出活动,明朝万历末年,昆曲经扬州传入北京、湖南,跃居各腔之首。昆曲流传到四川、贵州和广东等地后,发展成为全国性剧种,并且与各地的方言和民间音乐相结合,衍变出众多的流派,构成了丰富多彩的昆曲腔系,成为具有全民族代表性的戏曲。其中,汤显祖的代表作《牡丹亭》是戏曲史上浪漫主义的杰作。昆曲《牡丹亭》传唱至今,其中的“游园惊梦” 更是昆曲中的常演剧目、经典段落。

《牡丹亭》中的杜丽娘“来到”CCTV2010春节戏曲晚会上

昆曲长期被中国人痴恋,尤其是明清时期。在那个笛声悠扬的时代,社会各个阶层的人都爱看、爱唱昆曲。就好像今天我们听见流行歌曲的几个音符就能马上接唱下去。文人墨客在雅集时会手执折扇唱上一折,贩夫走卒在忙碌之余也会哼上几句。

昆曲作为中国的雅乐既是大众的,又是小众的。流传至今,一代又一代,台上台下,不知有多少人为了昆曲而魂系梦绕。然而,在京剧等其他剧种的冲击下,节奏过于缓慢、词句过于阳春白雪的昆曲渐渐式微,在20 世纪上半叶几近消亡。

昆曲所代表的美学趣味虽然明显是江南地区的,但并不仅仅属于一时一地,它凝聚了中国广大地区文人的传统哲学、美学追求以及艺术创造。戏台上的才子佳人、悲欢离合唱出的是那些已经深入中国人性格深处的传统精神。2001年中国昆曲艺术被联合国教科文组织宣布为世界首批“人类口头和非物质遗产代表作”,促进了昆曲的保护和发展。对此,国家一级演员、原上海市昆剧团团长蔡正仁曾说:“正如《牡丹亭 - 游园》中唱的‘不到园林,怎知春色如许。原来姹紫嫣红开遍’。没有看过戏的人对昆曲只有一个模糊的概念,但只有看过戏后才会有具体而深刻的领会。”

苏州女孩程一君每到周末都会自觉地早早写好作业,然后到苏州昆剧院度过一天的昆曲时光。“袅晴丝吹来,闲庭院。摇漾,春如线。……”婉转的调子配着柔美的身段,扎着马尾的二年级小姑娘唱得有板有眼。今天的人们在重新打量着昆曲。不仅有内行老到的目光,还增加了许多新鲜好奇的目光;不仅有黑眼睛黑头发的年轻人,更多了许多蓝眼睛黄头发的外国友人。很多人因为不了解昆曲而感觉陌生,自从看过昆曲之后就开始变得充满兴趣。和8岁的程一君一样,有的人开始亲身学习昆曲、体验昆曲,陶醉其中。

无论老少中外,昆曲用她独特的魅力打动着愿意观看她的人。

2006年,昆曲《牡丹亭》赴美国巡回演出,连续公演12场,场场爆满,观众反应空前热烈,各大报纸佳评如潮。2008年赴英国演出时把很多英国观众感动得当场掉泪!英国人一向有看戏的传统,目光自然挑剔。然而昆曲《牡丹亭》在伦敦的首演变成了一大“文化事件”。牛津大学的教授看过昆曲后表示更加找到终身研究中国文明的理由了。高龄的霍克斯教授是英国汉学界的巨擘,他在演出当天与牛津“中国研究中心”的另两位掌门人从牛津坐火车赶到伦敦观看,他说因为“《红楼梦》里也有 《牡丹亭》呀!” 剧评人大卫•道吉尔(David Dougil)则在剧评中赞美《牡丹亭》的舞蹈身段“美妙高贵”,水袖动作“干净利落”、“表情丰富”。

除了昆曲演出越来越多地漂洋过海,很多留学生也会专程到中国来学习昆曲、一些驻华使节夫人也把学习昆曲当成了了解和体验中国文化的一种途径。昆曲,中国文化中的奇葩,曾经在中华大地上绚丽绽放,如今又有了更多知音。

งิ้วคุนฉวี่:ดอกไม้ล้ำค่าในสวนละครงิ้ว

journal.e.3 โดย เฉิง เหย่2016-06-30

สาวน้อยเยื้องกายย่างเท้าอยู่บนเวที รวบผมยาวสลวยด้วยท่วงท่าที่งดงาม เส้นผมที่ม้วนขดเป็นก้อนกลมกับดอกไม้ที่ปักไว้ข้างบนสั่นระรัว ประหนึ่งดอกไม้นานาพันธุ์ที่แกว่งไปมาท่ามกลางสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ เธอหันหน้ามาทางผู้ชม เริ่มขับร้องเพลงรักที่มาจากหัวใจเบาๆ เสียงขลุ่ยกังวานไม่ขาดหาย ปลายแขนเสื้อโค้งขึ้นและม้วนลง ถ้อยคำประณีตบรรจงถูกขับร้องออกมาด้วยน้ำเสียงที่เนิบช้า ขับกล่อมผู้ชมด้านล่างเวทีจนเคลิบเคลิ้ม

และมีอิทธิพลต่อละครงิ้วปักกิ่ง และละครงิ้วอื่นๆอย่างกว้างขวาง จนได้รับการยกย่องเป็น “บรรพบุรุษของละครงิ้วทั้งปวง” ละครงิ้วคุนฉวี่ ละครโศกนาฏกรรมของกรีก และละครสันสกฤตของอินเดีย ต่างรับการกล่าวขานว่าเป็นละคร 3 ประเภทที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของโลก แม้ว่าละครงิ้วต่างๆในประเทศจีนจะมีท่วงทำนองที่แตกต่างกัน แต่ถ้ามองโดยภาพรวมแล้ว เราสามารถแบ่งท่วงทำนองต่างๆออกได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ แบบทางใต้และแบบทางเหนือ เว่ย เหลียงฝู่ นักประพันธ์ดนตรีละครงิ้วสมัยราชวงศ์หมิงได้นำจังหวะเพลงทางใต้ที่ลื่นละมุนกับเพลงทางเหนือที่กระชับเร้าใจ มาผสมผสานเข้ากับ “สำเนียงการร้องแบบคุนซาน” ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในแถบภูเชาคุนซาน คิดค้นท่วงทำนองการร้องแบบ “หินลับน้ำ” ที่ละเอียดนุ่มนวลขึ้นมา ซึ่งถือเป็นการสร้างรูปแบบอันมั่นคงให้กับละครงิ้วคุนฉวี่

ละครงิ้วคุนฉวี่ออกตระเวนแสดงไปทั่ว ปลายรัชสมัยว่านลี่ของจักรพรรรดิ์หมิงเสินจงแห่งราชวงศ์หมิง ละครเพลงคุนฉวี่ก็ได้แพร่หลายมายังปักกิ่ง และหูหนาน ซึ่งดินแดนแถบนี้มีการร้องด้วยสำเนียงเยว่จวีเป็นหลัก ละครงิ้วคุนฉวี่ยังแผ่ขยายไปยังเสฉวน กุ้ยโจว และกวางตุ้ง ด้วยเหตุนี้ละครงิ้วท้องถิ่นจึงกลายเป็นละครงิ้วระดับประเทศ นอกจากนี้ละครงิ้วคุนฉวี่ยังผสมผสานกับภาษาถิ่นและดนตรีพื้นบ้าน จนแตกออกเป็นสาขาต่างๆ ก่อตัวรวมกันเป็นโครงสร้างละครงิ้วคุนฉวี่ที่สมบูรณ์หลากหลาย พัฒนากลายเป็นละครงิ้วที่มีเอกลักษณ์ประจำชนเผ่า หนึ่งในนั้นคือบทประพันธ์ละครงิ้วเรื่องเยี่ยมแนวความรักโรแมนติกเรื่องมู่ตันถิง (ศาลาดอกมู่ตัน) (เก๋งดอกโบตั๋น) ซึ่งเป็นผลงานอันโดดเด่นของทัง เสียนจู่ ละครงิ้วเรื่องมู่ตันถิงได้รับการถ่ายทอดสืบมาจนถึงปัจจุบัน “โหยวหยวนจิงเมิ่ง” (ฝันร้ายยามชมสวน) ถือเป็นตอนหนึ่งของบทประพันธ์ที่คลาสสิคและได้ถูกนำมาแสดงบ่อยครั้ง

คนจีนหลงใหลละครงิ้วคุนฉวี่อยู่เป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง ยุคสมัยที่เสียงขลุ่ยยังคงก้องกังวานไม่ขาดหาย ผู้คนทุกชนชั้นต่างรักที่จะชมและขับร้องงิ้วคุนฉวี่ ซึ่งก็คงไม่ต่างจากการฟังเพลงดังในยุคปัจจุบันที่ถึงแม้จะได้ยินแค่โน้ตเพลงไม่กี่ตัวก็สามารถร้องประโยคต่อไปได้ทันที ยามที่บัณฑิตมาชุมนุมกัน ในมือถือพัด ปากก็ขยับร้องเพลงงิ้ว แม้แต่พ่อค้าและทหารชั้นผู้น้อยก็ยังหาเวลาว่างฮัมเพลงงิ้วเบาๆ

งิ้วคุนฉวี่ถือเป็นดนตรีชั้นสูงที่ได้รับความนิยมจากทั้งคนกลุ่มใหญ่และกลุ่มน้อย ถ่ายทอดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จากรุ่นสู่รุ่น จากด้านบนของเวทีสู่ด้านล่างของเวที ไม่รู้ว่ามีคนจำนวนมากน้อยเพียงใดที่ลุ่มหลงงิ้วคุนฉวี่จนถอนตัวไม่ขึ้น อย่างไรก็ตาม จังหวะที่เนิบช้าและภาษาที่ลึกซึ้งจนยากที่จะทำความเข้าใจ ตลอดจนกระแสความนิยมของละครงิ้วปักกิ่งและงิ้วอื่นๆที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ความนิยมละครงิ้วคุนฉวี่ลดลงทีละน้อย จนเกือบจะสูญหายไปในช่วงกลางศตวรรษที่ 20

แม้ว่าละครงิ้วคุนฉวี่เขตเจียงหนานจะได้รับการยกย่องให้เป็นตัวแทนความงามของละครงิ้วคุนฉวี่ แต่ไม่ได้หมายความว่าละครงิ้วคุนฉวี่เขตเจียงหนานจะบ่งบอกความเป็นตัวตนของละครงิ้วคุนฉวี่ได้ทั้งหมด เนื่องจากละครงิ้วคุนฉวี่นั้นสร้างสรรค์ขึ้นจากการรวบรวมความงามทางศิลปะและหลักปรัชญาดั้งเดิมต่างๆทั่วประเทศเข้าไว้ด้วยกัน

สาวงามผู้มากความสามารถบนเวทีขับร้องบทเพลงที่พรรณนาความสุขและโศกเศร้าจากการพบเจอและพลัดพราก เรื่องราวลักษณะนี้ฝังรากลึกอยู่ในนิสัยและส่วนลึกในจิตใจของชาวจีน เมื่อปีค.ศ. 2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ละครงิ้วคุนฉวี่เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ชุดแรกของโลก ซึ่งเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์และพัฒนาละครงิ้วคุนฉวี่ ไช่ เจิ้งเหริน นักแสดงละครงิ้วคุนฉวี่ระดับแนวหน้าของประเทศจีน เดิมเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะละครงิ้วคุนฉวีเซี่ยงไฮ้ กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “มันก็คงเหมือนกับเนื้อร้องท่อนหนึ่งของเรื่องมู่ตันถิง ตอนโหยวมู่ (ชมสวน) “หากไม่เคยไปสวนดอกไม้ จะรู้ได้อย่างไรว่าฤดูใบไม้ผลิงดงามเช่นนี้ สีสันสวยงามละลานตา” คนที่ไม่เคยดูละครงิ้วคุนฉวี่มาก่อนก็ย่อมรู้เพียงผิวเผิน คนที่เคยดูมาก่อนเท่านั้นที่จะสามารถเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง”

เฉิง อีจวิน เด็กผู้หญิงตัวน้อยจากเมืองซูโจว ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เธอจะรีบทำการบ้านให้เสร็จ เพื่อจะมาใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่โรงละครงิ้วคุนฉวี่เมืองซูโจว “หนอนพ่นเส้นไหมยาวใสออกมา พ่นยาวออกมาถึงลานบ้าน เส้นไหมสั่นไหว ฤดูใบไม้ผลิก็เหมือนกับเส้นไหม” เด็กผู้หญิงไว้ผมหางเปียเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่2 ขับร้องออกมาได้มีจังหวะจะโคน ผสมผสานกับท่วงทำนองที่อ่อนหวานและท่าทางที่อ่อนช้อย ทุกวันนี้ผู้คนเริ่มกลับมาให้ความสนใจละครงิ้วคุนฉวี่อีกครั้ง ละครงิ้วคุนฉวี่ไม่ได้ดึงดูดสายตาจากคนกลุ่มเดิมเท่านั้น แต่ยังดึงดูดสายตาซึ่งเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่และความสงสัยของผู้คนที่ไม่เคยสัมผัส ไม่ใช่แค่วัยรุ่นที่มีนัยน์ตาสีดำผมสีดำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเพื่อนต่างชาติที่นัยน์ตาสีฟ้าและผมสีทอง หลายคนรู้สึกไม่คุ้นชินเพราะไม่เข้าใจ แต่พอได้ชมก็เปลี่ยนจากความรู้สึกแปลกเป็นความสนใจอย่างจริงจัง ซึ่งก็คงไม่ต่างจากเฉิง อีจวิน เด็กน้อยวัย 8 ขวบ บางคนเริ่มเรียนรู้งิ้วคุนฉวี่ด้วยตัวเอง พอสัมผัสกับงิ้วคุนฉวี่ก็ตกอยู่ในภวังค์ ไม่ว่าจะเป็นคนหนุ่มสาว คนชรา คนจีน หรือคนต่างชาติ ต่างก็ชื่นชอบงิ้วคุนฉวี่ เธอใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเธอสร้างความประทับใจให้แก่ผู้คนที่พร้อมจะเปิดใจรับชม

เมื่อปี ค.ศ. 2006 ละครงิ้วคุนฉวี่ ตอนมู่ตันถิง ได้ไปแสดงที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แสดงติดต่อกันถึง 12 รอบ จำนวนผู้ชมเต็มทุกรอบ ทุกคนให้การตอบรับอย่างดีเยี่ยม หนังสือพิมพ์ต่างๆล้วนกล่าวคำชื่นชม เมื่อปี ค.ศ. 2008 ไปแสดงที่ประเทศอังกฤษ สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมจนหลั่งน้ำตา คนอังกฤษเป็นชาติที่ชื่นชอบการดูละครอยู่แล้ว รสนิยมค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม การแสดงรอบแรกในกรุงลอนดอนของละครงิ้วคุนฉวี่ ตอนมู่ตันถิงได้กลายเป็น “ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่” ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดกล่าวหลังจากดูละครงิ้วคุนฉวี่ว่าตัวเองค้นพบเหตุผลที่จะศึกษาอารยธรรมจีนไปจนตลอดชีวิตแล้ว ศาสตราจารย์อาวุโสฮอว์กเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษาที่มีชื่อเสียงในอังกฤษ ในวันนั้นเขาเดินทางมาชมละครงิ้วคุนฉวี่กับผู้อำนวยการศูนย์วิจัยจีนศึกษาของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดอีกสองท่าน โดยนั่งรถไฟจากอ๊อกซฟอร์ดมากรุงลอนดอน เขากล่าวว่า ที่เดินทางมาชมนั้นก็เป็นเพราะ“หงโหลวเมิ่ง (ความฝันในหอแดง) ก็มีตอนหนึ่งที่ชื่อว่ามู่ตันถิง” เดวิด โดกิล นักวิจารณ์ละคร แสดงความชื่นชมว่า ท่วงท่าการเต้นรำของมู่ตันถิงช่างวิจิตรงดงาม การสะบัดปลายแขนเสื้อทำได้อย่างคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง การแสดงออกทางสีหน้าอารมณ์มากมายหลากหลาย

นอกจากละครงิ้วคุนฉวี่จะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะลไปยังต่างประเทศแล้ว ยังมีนักเรียนต่างชาติจำนวนมากที่เดินทางมาเรียนละครงิ้วคุนฉวี่ที่ประเทศจีนโดยเฉพาะ ภริยาท่านทูตของประเทศต่างๆประจำประเทศจีนพยายามเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมจีนผ่านการเรียนละครงิ้วคุนฉวี่

front.home.score:

front.home.favorite

front.home.share:

front.home.similar_articles: front.home.more

Als Schauspieler ist es unsere Aufgabe, regionale Kulturtraditionen zu bewahren

مسرح سهتشوان فن تغيير الوجوه

استعادة لذكريات اوبرا تشين أوبرا تشين —— أنغام تداعبنا من مدينةتشين تشوان

曲と歌が優雅で、ユーモアがあり深い意味を含む