• 用户名 :

    User Name

  • 密码 :

    Password

Home>Articles>Culture Corner
Thai

中泰情缘

--铁路合作项目

中泰对照版 2018年第4期 邵雪琪 2019-06-12

2017年12月21日,在泰国总理巴育、中泰铁路合作联委会中方主席、中国国家发改委副主任王晓涛、中国驻泰王国大使吕健、泰国交通部长阿空·丁披他耶拜实等中泰领导的见证下,泰国第一条标准轨高速铁路(曼谷——呵叻段)正式破土动工,这标志着泰国铁路建设的第二次革新,以及中泰可持续发展战略合作迈入新阶段。

背景:中泰两国一家亲,合作共建新高铁

铁路作为国家重要的基础设施,是现代运输体系的核心组成部分。自1890年拉玛五世王领导建设泰王国第一条铁路曼谷—呵叻线至今,泰国铁路以曼谷为中心筑成了五条主线:去往陶公府和马来西亚的南线、去往罗勇府和柬泰边境的东线、去往廊开府的东北线、去往清迈的北线以及去往北碧府的西线。铁路的建设极大地巩固了泰国国内的客货运输、与周边地区的民心相通,以及世界范围内的往来交流。

随着现代化建设的需求,泰国政府目前正积极寻求铁路系统的升级。泰国国内以米轨铁路为主,最高时速100公里左右。泰国是中国的重要合作伙伴,中国是泰国的友好邻邦。中国“一带一路”建设和泰国4.0发展规划的不谋而合为两国高层次合作提供了契机,中泰合作共建高铁,增进互联互通,是新时代背景下的大势所趋。2017年12月破土动工的中泰铁路,是泰国第一条双轨标准轨高速铁路,最高时速达250公里。

进展:好事多磨终有期,千里中泰一日还

2006年,中泰双方就已有合作共建高铁的意向,但因各种原因,中泰高铁合作项目一度被搁置。2014年,中泰高铁项目重启,泰国国家立法议会投票批准《中泰铁路合作谅解备忘录》。此后近三年内,两国在成本估算、融资方案、贷款利率、沿线开发权归属等问题上反复磋商,先后进行了多达20多轮谈判。2017年6月,泰国总理巴育动用临时宪法第44条的维和委主席特权,免除了10项相关法律对中泰铁路合作项目的约束;7月,泰国政府批准了中泰铁路合作项目的一期工程,即曼谷—呵叻段;9月4日,金砖国家领导人第九次会晤期间,在中国国家主席习近平和泰国总理巴育的见证下,中泰两国签署了中泰铁路合作项目(曼谷—呵叻段)合同。2017年12月21日,中泰铁路正式开工。

中泰铁路合作项目,北起廊开府,经乌隆府、孔敬府、呵叻府,至中部沙拉武里府呈人形路线,去往东南的罗勇府和西南的曼谷,计划连接泰国主要城市。一期工程(曼谷—呵叻段)已于2017年底破土在建,自曼谷始发,经巴吞他尼府、大城府、沙拉武里府,终点站为泰国东北部重要交通枢纽呵叻府,共设有6座车站,全长253公里,总投资1794亿泰铢,预计2020年通车。届时,全程票价535铢(约合107元人民币),耗时仅1小时17分钟,比目前曼谷—呵叻线最快列车节省约三个半小时。二期工程(呵叻—廊开段)预计将于2018年底开工,对接已经开工的中老铁路,经老挝磨丁和中国磨憨可抵达中国云南昆明

意义:联动发展新机遇 ,多边共赢惠民生

中泰铁路合作项目将有效提升泰国基础设施建设水平,提高泰国铁路运输实力。泰国现有的货物运输仍以公路为主,铁路运输占比不足10%,这导致泰国物流效率低、成本高,中泰铁路的建成将推动泰国国内交通技术升级,有助于工业现代化发展,提高经济收益。同时,这条高铁将推动泰国经济协调健康可持续发展,缩小地区差距,增进社会稳定。泰国开泰研究中心中文部主任黄斌长表示,泰国东北部人口、土地约占泰国的1/3,而GDP只有全国的1/10,落后的原因之一就是交通不便。中泰铁路将最发达的首都曼谷和经济相对落后的东北地区连接起来,势必带动整个东北部的繁荣发展和民生改善,增加收入,提高生活水平。并且,交通的便利将进一步促进泰国旅游资源开发及第三产业发展,优化产业结构。高铁经巴吞他尼府、大城府、沙拉武里府、呵叻府,沿途历史风貌古朴悠长,位于大城府的古皇宫遗址和挽巴茵行宫金碧辉煌、肃穆奇壮,坐落在呵叻府的披迈石宫佛教建筑群享有“泰国吴哥窟”的美誉,沿线自然景色也是名山秀水绮丽恬静。

中泰铁路合作项目是新时代下中泰两国深入合作的一大亮点,反映的实质是两国经济互利共赢、两国友谊日渐增进。中泰铁路,是中泰国际战略合作项目,中国“一带一路”建设与泰国4.0发展规划因此更加紧密。泰国正积极推动东部经济走廊建设,而中国是泰国第一大贸易伙伴和旅游客源国、第三大投资来源国,中泰铁路将助力泰国东部经济走廊与中国巨大市场的对接。一期工程曼谷—呵叻段现已投入建设,如果二期工程也顺利进行,从中国昆明到泰国曼谷将实现朝发夕至,两国在贸易、旅游、人文等领域的友好合作必将更加深入推进。

中泰铁路合作项目的建设不仅有利于推动泰国国内经济繁荣,促进中泰两国发展,而且有利于泰国及周边国家的区域发展。尤其,二期工程(呵叻—廊开段)建成后,高铁网络将向北延伸至与老挝首都万象一河之隔的廊开府,中泰老三国铁路系统将形成密切联系,向南亦可与马来西亚和新加坡联通,整个东南亚高速交通运输网有望建成,泛亚铁路中线也将进一步完善贯通,形成互利共赢的纽带。泰国作为区域互联互通枢纽,将成为东盟交通和物流中心,开拓国际市场,加快外向型经济转变,东南亚边境贸易和国际区域合作也将因此受益,改善东盟沿海与内陆区域发展的不平衡,实现经济共荣。

孔院:语言技术双保障,孔院助力高铁梦

孔子学院在汉语推广和传播中国文化中扮演着重要角色。泰国是世界上第一批建立孔子学院的国家,也是东南亚孔子学院最多的国家。随着中泰深入合作以及泰国在高铁系统、信息技术等方面的需求,孔子学院同样积极转换角色,扎根本土,通过语言教学与文化传播的方式让泰国学生、民众深入地了解了中国。在泰孔子学院积极发挥作用,采取了“汉语学习+实践应用”的模式,突出了职业培训教育的重要性,让泰国学生学到了更多有关中国高铁项目的知识。例如,泰国的孔子学院,就以高铁为媒、汉语为桥,成功举办了多届高铁培训班,为培养精通高铁技术的泰国本土复合型汉语人才做出了贡献。

โครงการรถไฟความเร็วสูง สายสัมพันธ์ไทย-จีน

Chinese-Thai No.4 2018 เสวี่ยฉี เขียน2019-06-13

วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2560 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย นายหวัง เสี่ยวเทา รองผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน ประธานคณะกรรมการบริหารร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน (ฝ่ายจีน) นายลฺหวี่ เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้นำในรัฐบาลไทยและจีนได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเริ่มการก่อสร้างโครงการการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงทางคู่ขนาดมาตรฐานสายแรกของประเทศไทย (เส้นทางกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) การพัฒนาระบบรถไฟครั้งนี้นับเป็นการปฏิรูประบบรถไฟครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ไทย และเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญของความร่วมมือในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน

ภูมิหลังของโครงการ: จีน-ไทยมิใช่อื่นไกลพี่น้องกัน ร่วมสร้างรถไฟความเร็วสูง

ทางรถไฟนับเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ และเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบขนส่งในยุคปัจจุบัน นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2433 ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ก่อสร้างทางรถไฟเส้นทางกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟสายแรกของประเทศไทย จนถึงปัจจุบันประเทศไทยได้ก่อสร้างทางรถไฟโดยมีจุดเริ่มต้นที่กรุงเทพมหานครไปยังจุดหมายในภาคต่าง ๆ แล้วทั้งสิ้น 5 สายหลัก ได้แก่ สายใต้ไปสุดปลายทางที่ จ.นราธิวาส และบรรจบกับทางรถไฟของประเทศมาเลเซีย สายตะวันออกผ่าน จ.ระยอง ไปสุดปลายทางที่อรัญประเทศ ชายแดนไทย-กัมพูชา สายตะวันออกเฉียงเหนือไปสุดปลายทางที่ จ.หนองคาย สายเหนือไปสุดปลายทางที่ จ.เชียงใหม่ และสายตะวันตกไปสุดปลายทางที่ จ.กาญจนบุรี  การก่อสร้างทางรถไฟมีส่วนช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับการขนส่งมวลชนและสินค้าภายในประเทศไทย ช่วยส่งเสริมมิตรภาพระหว่างชาวไทยกับประชาชนของประเทศโดยรอบ และช่วยให้เกิดการติดต่อเชื่อมโยงกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

เนื่องจากความต้องการในการพัฒนาให้เกิดความทันสมัย ปัจจุบันรัฐบาลไทยจึงมีความพยายามพัฒนาระบบรถไฟอย่างเต็มที่  ระบบรถไฟของประเทศไทยใช้รางที่มีขนาดความกว้าง 1 เมตร และแล่นด้วยความเร็วสูงสุด 100 กว่า กม./ชม. ประเทศไทยเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของประเทศจีน และประเทศจีนก็เป็นมิตรของประเทศไทย ความสอดคล้องกันโดยบังเอิญระหว่างยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ของประเทศจีนกับแผนพัฒนาไทยแลนด์ 4.0 ของประเทศไทย ช่วยสร้างโอกาสอันดีให้แก่ความร่วมมือระดับสูงของทั้งสองชาติ ความร่วมมือในการสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนช่วยส่งเสริมการติดต่อเชื่อมโยง และนับเป็นแนวทางการพัฒนาที่สำคัญในโลกยุคใหม่  รถไฟความเร็วสูงไทย-จีนที่เริ่มการก่อสร้างในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2560 ถือเป็นทางรถไฟความเร็วสูงทางคู่ขนาดมาตรฐานสายแรกของประเทศไทย และแล่นด้วยความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม./ชม.  

พัฒนาการของโครงการ : เรื่องดี ๆ มักมีอุปสรรคก่อนจะสำเร็จ จีน-ไทยแสนไกลวันเดียวถึง

รัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนมีความประสงค์จะร่วมกันก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549  แต่เนื่องด้วยอุปสรรคหลายประการจึงเป็นเหตุให้โครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนต้องหยุดชะงักไประยะหนึ่ง  ในปี พ.ศ.2557 สภานิติบัญญัติของประเทศไทยได้ลงมติอนุมัติ “บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน” ทำให้โครงการดังกล่าวสามารถกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง  หลังจากนั้น รัฐบาลของทั้งสองชาติได้ร่วมกันเจรจาในประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การคำนวณต้นทุน แผนการร่วมทุน ดอกเบี้ยเงินกู้ และสิทธิ์ในการพัฒนาที่ดินบริเวณสองข้างทางรถไฟ เป็นต้น โดยมีการเจรจากันถึง 20 กว่าครั้งภายในระยะเวลา 3 ปี  และในเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ.2560 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อปลดล็อกปัญหา 10 ประการที่เกิดจากข้อจำกัดและขั้นตอนทางกฎหมาย ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2560 รัฐบาลไทยได้อนุมัติโครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนระยะที่ 1 เส้นทางกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา

วันที่ 4 กันยายน พ.ศ.2560 ในระหว่างการประชุมสุดยอดของผู้นำประเทศสมาชิกกลุ่มบริคส์ (BRICS) ครั้งที่ 9 ทั้งสองชาติได้ร่วมกันลงนามในสัญญาโครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (เส้นทางกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาร่วมเป็นสักขีพยาน และในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2560 โครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงระหว่างไทย-จีนก็ได้เริ่มการก่อสร้างอย่างเป็นทางการ

โครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนมีจุดเริ่มต้นทางทิศเหนือที่ จ.หนองคาย ผ่าน จ.อุดรธานี จ.ขอนแก่น จ.นครราชสีมา จนถึง จ.สระบุรีในภาคกลาง และจาก จ.สระบุรี จะถูกแบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง เส้นทางที่ 1 แยกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ถึง จ.ระยอง เส้นทางที่ 2 แยกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ถึงกรุงเทพมหานคร โดยมีการวางแผนว่าจะเชื่อมโยงเมืองหลัก ๆ ทั่วทั้งประเทศไทย  เส้นทางรถไฟระยะที่ 1 (เส้นทางกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) เริ่มก่อสร้างในช่วงปลายปี พ.ศ. 2560 โดยเริ่มจากกรุงเทพมหานคร ผ่าน จ.ปทุมธานี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.สระบุรี และไปยังสถานีปลายทางที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งสิ้น 6 สถานี ความยาว 253 กม. จำนวนเงินลงทุน 179,400 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี พ.ศ.2563 ค่าโดยสารตลอดเส้นทางอยู่ที่ 535 บาท (ประมาณ 107 หยวน) ใช้เวลาในการเดินทางเพียง 1 ชม. 17 นาที เมื่อเทียบกับเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมาที่เร็วที่สุดในปัจจุบัน จะสามารถประหยัดเวลาการเดินทางได้ถึง 3 ชม.ครึ่ง เส้นทางรถไฟระยะที่ 2 (เส้นทางนครราชสีมา-หนองคาย) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงปลายปี พ.ศ.2561 ซึ่งจะเชื่อมกับเส้นทางรถไฟจีน-ลาวที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว โดยเส้นทางรถไฟจีน-ลาวจะผ่านเมืองบ่อเต็นของประเทศลาว เข้าสู่ประเทศจีนที่ด่านบ่อหานและสามารถเดินทางไปยังเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนานของประเทศจีนได้

ประโยชน์ของโครงการ : ร่วมสร้างโอกาสใหม่ ประชาชนและหลายฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน

โครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนจะช่วยยกระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย และเพิ่มศักยภาพในการขนส่งทางรถไฟของไทยได้อย่างชัดเจน  ปัจจุบันประเทศไทยยังคงขนส่งสินค้าทางถนนเป็นหลัก การขนส่งสินค้าทางรถไฟมีสัดส่วนไม่ถึง 10%  จึงส่งผลให้ระบบการขนส่งสินค้าของไทยต้องใช้ต้นทุนสูง แต่ประสิทธิภาพต่ำ เมื่อรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนสร้างเสร็จ จะช่วยผลักดันให้เทคโนโลยีด้านการคมนาคมของไทยพัฒนาก้าวหน้า ช่วยส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยุคใหม่ และเพิ่มผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ  ในขณะเดียวกัน รถไฟความเร็วสูงสายนี้ยังช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเกิดความแข็งแกร่งมั่นคง และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ร่นระยะทางระหว่างพื้นที่ และเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่สังคม  นายหวง ปินฉาง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยจีนประจำศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยมีประชากรและเนื้อที่ 1 ใน 3 ของทั้งประเทศ แต่สร้างรายได้ได้เพียง 1 ใน 10 ของ GDP ประเทศไทย สาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้พื้นที่ดังกล่าวพัฒนาได้อย่างล่าช้าเป็นเพราะการคมนาคมที่ไม่สะดวก  รถไฟความเร็วสูงไทย-จีนได้เชื่อมโยงกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองที่เจริญที่สุดเข้ากับภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นพื้นที่ที่เศรษฐกิจเติบโตช้า รถไฟความเร็วสูงไทย-จีนจึงเป็นการนำพาความเจริญไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วยเพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว  นอกจากนี้ การคมนาคมที่สะดวกยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยวของประเทศไทย การพัฒนาอุตสาหกรรมขั้นตติยภูมิ และการพัฒนาโครงสร้างอุตสาหกรรมอีกด้วย  จังหวัดที่รถไฟความเร็วสูงแล่นผ่าน ได้แก่ จ.ปทุมธานี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.สระบุรี และจ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีโบราณสถานเก่าแก่และสวยงาม เช่น ซากพระราชวังโบราณและพระราชวังบางปะอินที่งดงามเรืองรองใน จ.พระนครศรีอยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย พุทธสถานใน จ.นครราชสีมา ที่ได้ชื่อว่า “ปราสาทนครวัดของไทย” และวิวทิวทัศน์ธรรมชาติตลอดสองข้างทางที่รายล้อมด้วยภูเขาและลำธารที่ร่มรื่นและงดงาม 

โครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนนับเป็นอีกหนึ่งขั้นของความร่วมมือที่โดดเด่นระหว่างสองชาติในยุคสมัยใหม่ ผลของความร่วมมือส่งผลให้ทั้งสองชาติได้รับผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจร่วมกัน และมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น  รถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเป็นโครงการความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างชาติของไทยและจีน ดังนั้นจึงส่งผลให้ยุทธศาสตร์ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ของประเทศจีนกับแผนพัฒนาไทยแลนด์ 4.0 ของประเทศไทยสอดผสานกันมากขึ้น  ประเทศไทยกำลังพยายามผลักดันการสร้างระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ส่วนประเทศจีนก็นับเป็นประเทศคู่ค้าและตลาดนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของประเทศไทย และเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนมากเป็นอันดับ 3 ในประเทศไทย รถไฟความเร็วสูงไทย-จีนจะมีส่วนช่วยให้ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของไทยเชื่อมต่อกับตลาดขนาดใหญ่ของจีน  ขณะนี้โครงการระยะที่ 1 เส้นทางกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว หากโครงการระยะที่ 2 สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นเช่นเดียวกัน การโดยสารรถไฟจากเมืองคุนหมิง ประเทศจีนสู่กรุงเทพมหานครจะใช้เวลาไม่ถึง 1 วัน และช่วยส่งเสริมความร่วมมืออันดีในด้านต่าง ๆ เช่น ธุรกิจการค้า การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมของทั้งสองชาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนนอกจากจะมีส่วนช่วยส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจภายในประเทศไทย และผลักดันให้เกิดการพัฒนาระหว่างจีน-ไทยแล้ว ยังมีส่วนช่วยพัฒนาประเทศไทยกับประเทศรอบข้างอีกด้วย  โดยเฉพาะเมื่อโครงการระยะที่ 2 (เส้นทางนครราชสีมา-หนองคาย) สร้างเสร็จ เครือข่ายรถไฟความเร็วสูงจะขยายขึ้นสู่ทางตอนเหนือจนถึง จ.หนองคาย ซึ่งห่างจากกรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาวเพียงแม่น้ำกั้น ทำให้ระบบรถไฟของไทย  จีน และลาวสามประเทศถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และในอนาคตทางตอนใต้ของประเทศไทยยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบรถไฟของประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ได้อีกด้วย คาดว่าจะมีความเป็นไปได้ในการสร้างระบบเครือข่ายการคมนาคมขนส่งความเร็วสูงในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ เส้นทางรถไฟสายทรานส์เอเชียสายกลางก็จะถือว่าสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง และกลายเป็นจุดเชื่อมโยงที่หลายฝ่ายได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน  ประเทศไทยในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงของภูมิภาค จะกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของอาเซียน สามารถบุกเบิกตลาดต่างประเทศมากขึ้น และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการส่งออก ซึ่งการค้าชายแดนและความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนก็จะได้รับประโยชน์ด้วย นอกจากนี้ยังช่วยแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลของการพัฒนาพื้นที่ริมชายฝั่งและพื้นที่ภายในของภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจร่วมกัน

สถาบันขงจื่อ: ภาษาดีและเทคโนโลยีได้ สถาบันขงจื่อร่วมสานฝันรถไฟความเร็วสูง

ประเทศที่มีการก่อตั้งสถาบันขงจื่อเป็นกลุ่มแรก ๆ ของโลก และเป็นประเทศที่มีสถาบันขงจื่อมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน สืบเนื่องจากความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างไทย-จีน และความต้องการในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงและเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทย สถาบันขงจื่อจึงมีความพยายามในการปรับเปลี่ยนบทบาทและปรับตัวให้เข้ากับท้องถิ่น โดยพยายามทำให้นักเรียนและประชาชนชาวไทยมีความเข้าใจประเทศจีนมากยิ่งขึ้น ผ่านการเรียนการสอนภาษาและการเผยแพร่วัฒนธรรม สถาบันขงจื่อในประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของการอบรมเชิงวิชาชีพ และมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการดังกล่าว โดยใช้รูปแบบ “การเรียนภาษาจีนผนวกกับการฝึกปฏิบัติและประยุกต์ใช้” เพื่อให้นักเรียนชาวไทยได้ศึกษาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟความเร็วสูงมากยิ่งขึ้น เช่น สถาบันขงจื่อในประเทศไทยประสบความสำเร็จในการจัดโครงการอบรมภาษาจีนด้านรถไฟความเร็วสูงมาแล้วหลายโครงการ ซึ่งเป็นการนำเอาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงกับภาษาจีนมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาบุคลากรชาวไทยให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านภาษาจีนและเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง

Score:

Favorite

本网发布的所有文章、图片,如涉及侵权,该侵权行为导致的一切法律不利后果由文章、图片提供者(作者)本人承担,与国家汉办《孔子学院》院刊编辑部、网络孔子学院无关。

Share:

Similar Articles: more

Ein ganz besonderes Schwein

Kulturgut Schwein

إنهـــا تعلــم الكثيــر حــــــول المـــــــلابس الصينية التقليدية

الجسر» فى الأدب والفن»